|

เตาบะตัน นะซูฮา เตาบะฮฺที่หวังผลได้ อับดุศศอมัด อัน นัดวียฺ มีคำหนึ่งในอายะฮฺอัลกุรอานที่คุ้นหู ถูกยกขึ้นเสมอเมื่อมีการเร่งเร้าให้ผู้ศรัทธาเตาบะฮฺต่ออัลลอฮฺ นั่นคือคำว่า “เตาบะตัน นะซูฮา”
ทำไมต้องขยายความต่อว่าเมื่อจะเตาบะฮฺต้องให้ได้ระดับของ “นะซูฮา” จึงจะคาดหวังถึงการลบล้างบาปและเป็นสมาชิกชาวสวรรค์ يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا تُوبُوا إِلَى اللَّهِ تَوْبَةً نَّصُوحًا عَسَى رَبُّكُمْ أَن يُكَفِّرَ عَنكُمْ سَيِّئَاتِكُمْ وَيُدْخِلَكُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي مِن تَحْتِهَا الْأَنْهَارُ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงขอลุแก่โทษแด่อัลลอฮฺด้วยการลุแก่โทษอย่างจริงจังเถิด บางทีพระเจ้าของพวกเจ้าจะลบล้างความผิดของพวกเจ้าออกจากพวกเจ้า และจะทรงให้พวกเจ้าเข้าสวนสวรรค์อันหลากหลาย ซึ่ง ณ เบื้องล่างสวนสวรรค์นั้นมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน (อัตตะหฺรีม : 8)
อะไรคือ เตาบะตัน นะซูฮา ในเชิงภาษาคำว่า นะซูฮัน نصوحا ความหมายเหมือนกับคำว่า خلوصا คุลูศอน แปลว่า “บริสุทธิ์” เช่น เมื่อจะเรียกน้ำผึ้งแท้ก็ต้องพูดว่า نصح العسل ดังนั้น เตาบะตัน นะซูฮา ก็คือ การกลับตัวอย่างแท้จริง มีความสอดคล้องกันระหว่างลิ้นกับหัวใจ และระหว่างคำพูดกับการกระทำ
อย่างไรก็ตามคำอธิบายแบบรวบรัดข้างบน ไม่อาจให้ความหมายของเตาบะฮฺชนิดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เว้นแต่ว่าต้องอธิบายแบบแยกส่วนออกเป็นข้อๆดังนี้ องค์ประกอบของ “เตาบะตัน นะซูฮา” 1/ ด้านความรู้ จะเกิดได้ก็ด้วยการมองไปยัง ปัจจัยที่ทำให้ชีวิตของเขาดำรงอยู่ได้ ที่ศาสนาเรียกว่า نعمة เนี๊ยะมัต ซึ่งมันปกคลุมตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงเท้า และห้อมล้อมเขามาตั้งแต่ยังเป็นทารก ถ้าจะให้ถูกต้องต้องพูดว่า ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ وَإِن تَعُدُّواْ نِعْمَتَ اللّهِ لاَ تُحْصُوهَا และหากพวกเจ้าจะนับความโปรดปรานของอัลลอฮฺแล้ว พวกเจ้าไม่อาจจะคำนวณนับมันได้ (อิบรอฮีม : 34) แล้วจึงหันมามองดูว่า เขาได้แสดงกริยาอย่างไรในการตอบรับ “เนี๊ยะมัต”เหล่านั้น เขาเป็นเหมือนคนที่บรรดาอุละมาอ์ได้ประณามด้วยประโยคต่อไปนี้หรือไม่ خير الله إليه نازل باستمرار وشره إلى الله صاعد “คุณความดีของอัลลอฮฺหลั่งลงมายังเขาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน แต่เขาตอบแทนด้วยการส่งความชั่วสวนกลับขึ้นไปสู่พระองค์”
แนวคิดของอิสลามนั้นความรู้ความเข้าใจต้องมาก่อน ต้องคิดได้เสียก่อนจึงอยากเตาบะฮฺ ด้วยเหตุนี้มนุษย์ต้องทำความเข้าใจศาสนาของเขาจนกระทั่งเขารู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และรู้ว่ามีสิทธิอันใดบ้างที่พระองค์มีเหนือชีวิตเขาแล้วเขากำลังบกพร่องอยู่หรือไม่?
นี่คือพื้นฐานสำคัญ ถ้าปราศจากความรู้ ก็จะไม่มีเรื่องเตาบะฮฺ เพราะผู้ที่ใช้ชีวิตในความโง่เขลา จะคิดอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องความเห็นแก่ตัวเพื่อสนองตัณหา(นัฟซู)ของตนเองเท่านั้น 2/ ด้านความรู้สึก ต้องมีถึงสองความรู้สึก 2.1/ ความเสียใจอย่างสุดซึ้งในสิ่งที่ผิดพลาด ถึงขนาดที่ผู้ทำบาปรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกไฟเผา จนดวงตาต้องร้องไห้ นี่เป็นสาระสำคัญจนท่านนบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า الندم توبة ความเสียใจคือการเตาบะฮฺ หะดีษนี้ได้แสดงให้เห็นว่าความเสียใจในบาปเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเตาบะฮฺ ถ้าไม่มีความรู้สึกนี้ การเตาบะฮฺก็ไม่นับเป็นการเตาบะฮฺ แม้ปากจะเอ่ยว่าฉันเสียใจ
ลองดูในอัลกุรอานจะพบบทวิงวอนที่แฝงไปด้วยความเสียใจจากบรรดานบีในความผิดของท่านเหล่านั้น และอัลลอฮฺได้ตอบรับคำวิงวอน เพราะเป็นการสำนึกผิดที่ครบเงื่อนไข ดังตัวอย่างต่อไปนี้ คำวิงวอนของท่านนบีอาดัม رَبَّنَا ظَلَمْنَا أَنفُسَنَا وَإِن لَّمْ تَغْفِرْ لَنَا وَتَرْحَمْنَا لَنَكُونَنَّ مِنَ الْخَاسِرِينَ โอ้พระเจ้าของพวกข้าพระองค์ พวกข้าพระองค์ได้อธรรมแก่ตัวของพวกข้าพระองค์เอง และถ้าพระองค์ไม่ทรงอภัยโทษแก่พวกข้าพระองค์และเอ็นดูเมตตาแก่ข้าพระองค์แล้ว แน่นอนพวกข้าพระองค์ก็ต้องกลายเป็นพวกที่ขาดทุน (อัลอะอฺรอฟ : 23)
คำวิงวอนของท่านนบีมูซา رَبِّ إِنِّي ظَلَمْتُ نَفْسِي فَاغْفِرْ لِي فَغَفَرَ لَهُ إِنَّهُ هُوَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ได้อธรรมต่อตนเอง ดังนั้นขอพระองค์ทรงอภัยให้แก่ข้าพระองค์ด้วย ” แล้วพระองค์ก็ได้อภัยให้เขา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ (อัลเกาะศอด : 15) คำวิงวอนของท่านนบียูนุส لَّا إِلَهَ إِلَّا أَنتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي كُنتُ مِنَ الظَّالِمِينَ
ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ท่าน มหาบริสุทธิ์แห่งพระองค์ท่าน แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้อธรรมทั้งหลาย” (อัลอัมบิยาอ์ : 87) 2.2/ ความตั้งใจว่าจะไม่หวนไปทำบาปนี้อีก ในขณะที่เตาบะฮฺนั้นต้องตั้งใจอย่างแน่วแน่เด็ดขาด ว่าจะไม่ทำอีกแล้ว ยกเว้นเมื่อน้ำนมไหลย้อนคืนสู่เต้านมเท่านั้น (เป็นสำนวนคนอาหรับที่แสดงถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้) 3/ ด้านการปฏิบัติตัว ได้แก่ 3.1/ ถอนตัวจากบาปนั้น ทิ้งมันไปจากชีวิตของเขา 3.2/ ทำความดีเพื่อลบล้าง ดังที่ท่านนบี ได้เคยสั่งเสีย อบูซัร กับ มุอาซ ว่า اتَّقِ اللَّه حَيْثُمَا كُنْتَ وَأَتْبِعْ السَّيِّئَةَ الْحَسَنَةَ تَمْحُهَا จงยำเกรงอัลลอฮฺ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด และจงติดตามความชั่วด้วยการทำความดี ความดีจะลบล้างความชั่ว (รายงานโดย อัตติรมีซียฺ)
หลักปฏิบัติข้อ 3.2 นี้ มีคำแนะนำว่า “ทำบาปอะไรไว้ ให้พยายามแก้ไขด้วยความดีในเรื่องเดียวกัน” เช่น นินทา--------ให้กล่าวชื่นชมหรือพูดคำพูดที่ดีงามมีมารยาทต่อผู้ที่ถูกนินทา ข่มเหงเอาเปรียบผู้อื่น------------ให้กลับมาช่วยเหลือ ตัดญาติ ----------- เชื่อมสัมพันธ์กับเครือญาติ จับกลุ่มเที่ยวเสเพล ----------จับกลุ่มศึกษา หรือเพื่อทำกิจกรรมอิสลาม เล่นฟุตบอลใส่กางเกงขาสั้น และเลยเวลาละหมาด ------ ใส่ขายาวและชวนนักเตะในสนามไปละหมาด
|