 การแต่งงานของผู้เคยทำลิวาฏ ตอบคำถามโดย เชค มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด อิบนุ อับดุรรอูฟ แปลและเรียบเรียง
คำถาม: อิสลามมีทัศนะอย่างไรกับคนที่กระทำลิวาฏ(ความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างชายกับชาย)หรือเลสเบี้ยน(ความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างหญิงกับหญิง) แต่ว่าพวกเขาได้เตาบะฮฺตัว และได้ละทิ้งพฤติกรรมเช่นนี้? จำเป็นหรือไม่ที่เขาจะถูกลงโทษด้วยการขว้างด้วยหินจนตาย? เขาจะได้รับการอภัยโทษให้หรือไม่? อนุญาตให้เขาแต่งงานกับเพศตรงข้ามได้หรือไม่? คำตอบ: การสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าลิวาฏเป็นบาปที่ชั่วช้าที่สุดอย่างหนึ่ง แน่นอนมันคือบาปใหญ่(กะบาอิร)ที่อัลลอฮฺ(تعالى)ได้ห้ามไว้ พระองค์ได้ทำลายประชาชาติของลูฏ ด้วยการลงโทษที่น่าสะพรึงกลัว เพราะว่าพวกเขายังคงยืนกรานที่จะทำบาปนี้และทำให้ความชั่วนี้เป็นเรื่องปกติและยอมรับกันในหมู่พวกเขา อัลลอฮฺ(تعالى)ได้ตรัสว่า
فَلَمَّا جَاء أَمْرُنَا جَعَلْنَا عَالِيَهَا سَافِلَهَا وَأَمْطَرْنَا عَلَيْهَا حِجَارَةً مِّن سِجِّيلٍ مَّنضُودٍ مُّسَوَّمَةً عِندَ رَبِّكَ . ดังนั้น เมื่อพระบัญชาของเราได้มาถึง เราได้ทำให้ข้างบนของมันเป็นข้างล่าง และเราได้ให้ก้อนหินแกร่งหล่นพรูลงมา ถูกตราเครื่องหมายไว้ ณ ที่พระเจ้าของท่าน...(ฮูด 11 : 82-83) จากนั้นอัลลอฮฺ(تعالى)ได้เตือนกลุ่มชนที่มาหลังพวกเขา ซึ่งได้กระทำเยี่ยงที่พวกเขากระทำว่า وَمَا هِيَ مِنَ الظَّالِمِينَ بِبَعِيدٍ . ...และมันไม่ไกลไปจากบรรดาผู้อธรรม (ฮูด 11 : 83) อัลลอฮฺ(تعالى)ตรัสอีกว่า
وَلَقَدْ رَاوَدُوهُ عَن ضَيْفِهِ فَطَمَسْنَا أَعْيُنَهُمْ فَذُوقُوا عَذَابِي وَنُذُرِ وَلَقَدْ صَبَّحَهُم بُكْرَةً عَذَابٌ مُّسْتَقِرٌّ . และโดยแน่นอน พวกเขาได้ขอร้อง (แกมบังคับ) เขาให้ส่งมอบแขกของเขา (แก่พวกเขา) ดังนั้นเราจึงทำให้นัยย์ตาของพวกเขาบอดลง ฉะนั้นพวกเจ้าจงลิ้มรสการลงโทษของเรา และการตักเตือนของเรา และโดยแน่นอน การลงโทษอันต่อเนื่องก็ได้เกิดขึ้นแก่พวกเขาในเวลาเช้า(อัล เกาะมัร 54 : 37) ท่านนบีมุฮัมมัด(صلى الله عليه وسلم)ได้กล่าวว่า
مَنْ وَجَدْتُمُوهُ يَعْمَلُ عَمَلَ قَوْمِ لُوطٍ فَاقْتُلُوا الْفَاعِلَ وَالْمَفْعُولَ بِهِ رواه أحمد 2727 وصححه الألباني في صحيح الجامع الصغير وزيادته برقم 6589 . “ผู้ใดก็ตามที่ได้พบการผู้ที่กระทำเช่นกลุ่มชนลูฏ จงฆ่าทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ” (รายงานโดยอะหฺมัด 2727 จัดว่าเป็นฮะดีษเศาะฮีฮฺโดยอัล อัลบานียฺ ในเศาะฮีฮฺ อัล ญามิอฺ อัศ เศาะฆีรฺ วะ ซิยาดะติฮี หมายเลข 6589) อิมาม อิบนุ กอยยิม ได้กล่าวว่า “มีรายงานว่าท่านนบี(صلى الله عليه وسلم)ได้กล่าวว่า
اقْتُلُوا الْفَاعِلَ وَالْمَفْعُولَ بِهِ. رواه أهل السنن الأربعة وإسناده صحيح ، وقال الترمذي حديث حسن . “จงฆ่าทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ” (รายงานโดยเจ้าของสุนันทั้งสี่ ด้วยสายรายงานที่เศาะฮีหฺ ท่านอิมามติรมีซียฺกล่าวว่า มันเป็นฮะดีษฮะซัน เศาะฮีหฺ) ท่านอบู บักรฺ อัศ ศิดดีกฺ (رضي الله عنه)ได้ตัดสินโดยสอดคล้องกับฮะดีษนี้ และท่านได้เขียนคำแนะนำเรื่องนี้ไปให้กับท่านคอลิด(رضي الله عنه)หลังจากได้ผ่านการปรึกษาหารือกับบรรดาเศาะฮาบะฮฺแล้ว และปรากฏว่าท่านอลี(رضي الله عنه)นั้นเคร่ง ครัดในเรื่องนี้มากกว่าทุกคน อิบนุ เกาะศอรฺและชัยคฺของเรากล่าวว่า เป็นมติเอกฉันท์ของบรรดาเศาะฮาบะฮฺที่ให้ฆ่าเขา จะแตกต่างกันก็แต่เพียงวิธีการฆ่า ท่านอบู บักรฺ(رضي الله عنه) กล่าวว่าให้โยนลงมาจากอาคารสูง ท่านอลี(رضي الله عنه)กล่าวว่าให้ทำลายกำแพงให้ถล่มทับ(ให้ตาย) ท่านอิบนุ อับบาส(رضي الله عنه)ให้ขว้างด้วยก้อนหิน ดังนั้นนี้คือการเห็นพ้องกันว่าท่ามกลางพวกเขาว่าให้ฆ่า เพียงแต่แตกต่างกันตรงวิธีการฆ่าเท่านั้น นี่สอดคล้องกับกับการตัดสินของท่านนบี(صلى الله عليه وسلم)เกี่ยวกับการผิดประเวณีกับมะหฺร็อม(ผู้ที่ไม่สามารถแต่งงานกันได้) เพราะว่าทั้งสองกรณี(การลิวาฏและผิดประเวณีระหว่างมะหฺร็อม)ไม่สามารถอนุมัติได้เลยไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เมื่อรวมระหว่างสองกรณี จากฮะดีษที่รายงานโดยอิบนุ อับบาส(رضي الله عنه ) มีรายงานว่าท่านนบี(صلى الله عليه وسلم)ได้กล่าวว่า
مَنْ وَجَدْتُمُوهُ يَعْمَلُ عَمَلَ قَوْمِ لُوطٍ فَاقْتُلُوا الْفَاعِلَ وَالْمَفْعُولَ . “ใครที่พบเห็นการกระทำเช่นกลุ่มชนลูฏ ก็ให้ฆ่าเขาทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ” และในสายรายงานอื่นเช่นกันว่า
وَمَنْ وَقَعَ عَلَى ذَاتِ مَحْرَمٍ فَاقْتُلُوهُ “ใครที่กระทำผิดประเวณีกับมะหฺร็อม(หญิงชายที่ไม่สามารถแต่งงานกันได้) ก็ให้ฆ่าเขาเสีย” และในฮะดีษอื่นเช่นกัน ด้วยสายรายงานเดียวกันว่า
مَن أتى بِبَهِيمَةِ فَاقْتُلُوهُ وَاقْتُلُوها مَعَهُ .... أخرجه أحمد 2420وأبوداود 4464 والترمذي 1454 والحاكم 4/355 “ใครที่สังวาสกับสัตว์ ให้ฆ่าเขาเสีย และให้ฆ่าสัตว์นั้นด้วย” (รายงานโดยอะหฺมัด 2420, อบู ดาวูด 4464, อัต ติรมีซียฺ 1454 และอัล ฮากิม 4/355) กฎนี้สอดคล้องกับกฎของชะรีอะฮฺ เพราะว่าการกระทำที่ต้องห้ามอย่างที่สุด ก็ย่อมมีโทษหนักเพิ่มยิ่งขึ้น การมีความสัมพันธ์ทางเพศที่ถูกห้ามอย่างเด็ดขาดซึ่งไม่เปิดช่องให้ทำได้เลยแม้แต่กรณีเดียวนั้น ย่อมชั่วร้ายกว่าความสัมพันธ์ทางเพศที่อนุมัติได้ในบางกรณี(เช่นความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงที่แต่งงานกันแล้วย่อมอนุมัติ แต่ถ้าไม่แต่งงานก็ไม่อนุมัติให้มีความสัมพันธ์) ดังนั้นการลงโทษสำหรับการผิดประเวณีที่ถูกห้ามในทุกกรณีย่อมจะรุนแรงหนักหน่วงกว่า นี่เป็นคำกล่าวของอิมาม อะหฺมัด จากหนึ่งในสองสายรายงานจากท่าน” (อ้างจากซาด อัล มะอาด ส่วนที่ 5 หน้าที่ 40-41) เช่นเดียวกันกับกรณีของเลสเบี้ยน ไม่ต้องสงสัยว่า ในท่ามกลางนักนิติศาสตร์อิสลามแล้ว ต่างก็เห็นว่าเลสเบี้ยนเป็นสิ่งฮะรอม และเป็นบาปใหญ่(กะบาอิร) ดั่งที่ท่านอัล ฮาฟิซ อิบนุ ฮะญัรฺ ได้กล่าวไว้ (อัล เมาซูอะฮฺ อัล ฟิกฮียะฮฺ ส่วนที่ 24 หน้าที่ 251) ส่วนกรณีของรูปแบบเฉพาะของการลงโทษที่กล่าวถึงในคำถามข้างต้นคือการขว้างจนตายนั้น เป็นรูปแบบการลงโทษสำหรับบุคคลที่ทำซีนาที่แต่งงานแล้ว สำหรับการลงโทษผู้ทำลิวาฏตามหลักชะรีอะฮฺนั้นคือ การประหารชีวิตด้วยดาบ อันเป็นทัศนะที่มีน้ำหนักที่สุด ดังเช่นที่มีรายงานการขัดแย้งกันเกี่ยวกับวิธีการฆ่าข้างต้นระหว่างผู้ทรงความรู้ ส่วนกรณีของเลสเบี้ยนนั้นไม่มีบทลงโทษ(ฮัดดฺ) แต่ว่าให้ใช้การดุลพินิจของผู้พิพากษา(ตะอฺซีรฺ) (อัล เมาซูอะฮฺ อัล ฟิกฮียะฮฺ ส่วนที่ 24 หน้าที่ 253) หากผู้ใดกระทำบาปนี้หรือกระทำบาปอื่นๆที่ต้องใช้บทลงโทษ(ฮัดดฺ) ก็จงละทิ้งบาปนั้นเสีย ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ เสียใจกับสิ่งที่กระทำไป และตั้งใจว่าจะไม่หวนกลับไปกระทำอีก ชัยคฺ อัล อิสลาม อิบนุ ตัยมียะฮฺ ถูกถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านได้ตอบว่า “หากว่าเขาเตาบะฮฺต่ออัลลอฮฺด้วยการเตาบะฮฺที่ถูกต้อง อัลลอฮฺจะยอมรับการเตาบะฮฺของเขา โดยมิพักต้องเปิดเผยบาปของเขา มิเช่นนั้นบทลงโทษ(ฮัดดฺ)จะถูกนำมาใช้”(มัญมูอฺ อัล ฟะตาวา ส่วนที่ 34 หน้าที่ 180) อัลลอฮฺ(تعالى)ได้ตรัสว่า
وَالَّذِينَ لَا يَدْعُونَ مَعَ اللَّهِ إِلَهًا آخَرَ وَلَا يَقْتُلُونَ النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللَّهُ إِلَّا بِالْحَقِّ وَلَا يَزْنُونَ وَمَن يَفْعَلْ ذَلِكَ يَلْقَ أَثَامًا يُضَاعَفْ لَهُ الْعَذَابُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَيَخْلُدْ فِيهِ مُهَانًا إِلَّا مَن تَابَ وَآمَنَ وَعَمِلَ عَمَلًا صَالِحًا فَأُوْلَئِكَ يُبَدِّلُ اللَّهُ سَيِّئَاتِهِمْ حَسَنَاتٍ وَكَانَ اللَّهُ غَفُورًا رَّحِيمًا وَمَن تَابَ وَعَمِلَ صَالِحًا فَإِنَّهُ يَتُوبُ إِلَى اللَّهِ مَتَابًا และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮฺ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งอัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้น เขาจะได้พบความผิดอันมหันต์ การลงโทษในวันกิยามะฮฺจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว และศรัทธาและประกอบการงานที่ดีเขาเหล่านั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ และผู้ใดกลับเนื้อตัวและกระทำความดี แท้จริงเขากลับเนื้อกลับตัวเข้าหาอัลลอฮฺอย่างจริงจัง(อัล ฟุรกอน 25 : 68-71) ถ้าเขาเตาบะฮฺด้วยการเตาบะฮฺที่ถูกต้อง ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะแต่งงานไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นจำเป็นที่เขาจะต้องปกป้องตัวเขาเอง และปฏิบัติตามสิ่งที่อัลลอฮฺอนุมัติให้แก่เขา วัลลอฮุ อะอฺลัม - และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ที่รู้ดียิ่ง ……………………
|