• Home
  • มหาวิทยาลัยหลังเที่ยงคืน
  • สนพ.เตาบะฮฺ
เมนู
Home
ฉันอยากกลับตัว ... แต่ทว่า
นะศีฮัต - ด้วยความจริงใจ
ชมและฟังเพื่อการขัดเกลา
ผู้รู้มาตอบปัญหา
กิจกรรม
ห้องเรียนหลังเที่ยงคืน
วิทยาลัยรุ่งสาง

อิสลาม.in.th

 

การทำแท้ง เนื่องจากเด็กเกิดจากการซีนา พิมพ์ อีเมล์
Sample Imageการทำแท้ง เนื่องจากเด็กเกิดจากการซีนา

 

ตอบคำถามโดย เชค มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล-มุนัจญิด
อิบนุ อับดุรรอูฟ แปลและเรียบเรียง

 

 

 

คำถาม: อนุญาตให้ผู้หญิงที่ทำซีนาทำแท้งหรือไม่?

คำตอบ: มีการทุ่มเทในการอิจญติฮาด(วินิจฉัย)ของบรรดานักนิติศาสตร์อิสลาม ซึ่งได้จดจ่อกับเรื่องการทำแท้ง และกฎเกณฑ์ต่างๆเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะตามมา แต่พวกเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับการเข้าไปยังรายละเอียดว่าการตั้งครรภ์นั้นเกิดมาจากการผิดศีลธรรม(ซินา)หรือไม่? ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะว่า พวกเขาได้พิจารณาแล้วเรื่องนี้ก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกันการทำแท้งที่เกิดจากการแต่งงานที่ถูกต้อง

 

หากการทำแท้งที่เกิดจากการแต่งงานที่ถูกต้องเป็นเรื่องฮะรอมภายใต้สภาพปกติ ดังนั้นมันก็ควรเป็นเรื่องฮะรอมยิ่งในกรณีการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการผิดศีลธรรม(ซินา) เพราะว่าการอนุญาตการทำแท้งจากการตั้งครรภ์ที่เกิดจากการผิดศีลธรรม จะเป็นการส่งเสริมการกระทำความชั่วและแพร่กระจายความไร้ศีลธรรม

 

พื้นฐานของหลักการอิสลามอย่างหนึ่งก็คือ การห้ามการผิดศีลธรรมและวิธีการทุกอย่างที่จะนำไปสู่สิ่งนี้ เช่น ห้ามการตะบัรรุจญฺ(การอวดโฉมและเครื่องประดับ) และการปะปนระหว่างชายหญิงอย่างเสรี

 

            นอกจากนี้ เด็กที่อยู่ในครรภ์ที่บริสุทธิ์ ไม่เคยกระทำความผิดใดๆ ก็ไม่ควรที่จะถูกฆ่าสังเวยความผิด เพราะว่าความผิดนั้นถูกกระทำโดยผู้อื่น อัลลอฮฺตรัสว่า

وَلاَ تَزِرُ وَازِرَةٌ وِزْرَ أُخْرَى

            และไม่มีผู้แบกภาระใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้(อัล อิสรออ์ 17 : 15)

 

เป็นที่รู้กันว่า ท่านเราะซูล(صلى الله عليه وسلم)ได้ส่งผู้หญิงเผ่าฆอมิดียฺ ซึ่งตั้งครรภ์เนื่องจากผิดประเวณี จนนางได้คลอดลูก หลังจากคลอดลูกแล้ว ก็ได้ส่งนางกลับไปให้นมลูกจนกระทั่งเด็กหย่านม นางได้กลับมาพร้อมกับเด็กที่มีชิ้นขนมปัง ท่านเราะซูลได้ส่งเด็กให้กับชายมุสลิมผู้หนึ่ง จากนั้นท่านได้สั่งให้ให้นางลงไปในหลุมที่ขุดไว้ระดับอก จากนั้นสั่งให้ผู้คนขว้างนาง [1]

 

            ท่านอิมาม นะวาวียฺ ได้กล่าวถึงฮะดีษนี้ว่า “ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ นางจะไม่ถูกขว้าง จนกว่านางจะคลอดบุตรเสียก่อน ไม่ว่าการตั้งครรภ์นี้จะเกิดจากซินาหรือไม่ก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่สอดคล้องกัน เพื่อที่เด็กที่อยู่ในครรภ์จะไม่ถูกฆ่า

 

             เช่นเดียวกันในกรณีที่การลงโทษของนางคือการโบย(ถ้าหากนางเป็นหญิงโสด-ผู้แปล) มติเอกฉันท์ของนักนิติศาสตร์อิสลามก็คือจะไม่มีการโบย จนกว่านางจะคลอดบุตรเสียก่อน”(เศาะฮีฮฺ มุสลิม บิ ชัรหฺ อัน-นะวะวียฺ 11/202)

 

             เหตุการณ์นี้แสดงให้เราเห็นอย่างชัดเจนถึงขอบเขตที่กฎหมายอิสลาม(ชะรีอะฮฺ)ให้ความใส่ใจต่อเด็กที่อยู่ในครรภ์ แม้ว่าจะเกิดจากการผิดประเวณีก็ตาม

 

             ท่านนบีได้ยืดเวลาการลงโทษตามกฎฮุดูด(การลงโทษอาชญากรรม)ที่ต้องกระทำต่อแม่ เพียงเพื่อรักษาชีวิตของเด็กในครรภ์

             แล้วเราจะจินตนาการเอาเองได้อย่างไรว่าผู้ออกกฎหมาย(หมายถึงอัลลอฮฺ)ให้ฆ่าเด็กในครรภ์โดยการทำแท้ง เพื่อจะสนองความปรารถนาของผู้ที่ตามอารมณ์และความใคร่กระนั้นหรือ?

 

            ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่กล่าวว่าการทำแท้งนั้นเป็นที่อนุญาตในระยะ 40 วันแรกของการตั้งครรภ์ โดยพวกเขายึดเอาข้อผ่อนปรนตามชะรีอะฮฺ ที่วางอยู่บนหลักการอิจญติฮาดของพวกเขา เช่นเดียวกันกับการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนที่ยกเว้นผู้ที่มีอุปสรรค หรือการนมาซย่อในการเดินทางของนมาซสี่เราะกะอะฮฺ

แต่การเน้นของชะรีอะฮฺในเรื่องข้อผ่อนปรนนั้นจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ

 

            อิมาม อัล-กุรอฟียฺ กล่าวว่า “สำหรับเรื่องการฝ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺ จะไม่สามารถนำไปเป็นเหตุผลสำหรับการผ่อนปรน เพราะฉะนั้นผู้ที่ออกเดินทางไปเพื่อกระทำบาปก็ไม่สามารถนมาซย่อหรือละศีลอดได้ อันเนื่องจากสาเหตุของการเดินทางเป็นสิ่งผิด จึงไม่อนุญาตให้มีการผ่อนปรน เพราะว่าการผ่อนปรนที่อยู่บนพื้นฐานของการกระทำบาปนั้นจะเป็นการสนับสนุนผู้คนให้กระทำบาปมากยิ่งขึ้น”(อัล-ฟุรูกฺ 2/33)

            บนหลักการนี้ พื้นฐานของชะรีอะฮฺจะไม่ผ่อนปรนให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เนื่องจากการผิดประเวณี เหมือนกับการผ่อนปรนให้กับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เนื่องจากการแต่งงานที่ถูกต้อง ดังนั้น ชะรีอะฮฺจะไม่ช่วยเหลือหญิงที่ประพฤติชั่ว และหล่อนจะพบว่าไม่ง่ายที่จะเป็นอิสระจากการกระทำที่น่ารังเกียจนี้

 

            ในเรื่องเกี่ยวกับเด็กที่เกิดจากกรณีซีนาไม่มีผู้ปกครอง เพราะว่า “พ่อ” ตามหลักชะรีอะฮฺนั้นไม่สามารถให้กับใครได้ เว้นแต่เกิดมาจากหญิงที่ผ่านการแต่งงานที่ถูกต้องเท่านั้น นี่คือส่วนหนึ่งของความหมายจากฮะดีษที่ว่า

‏    الْوَلَدُ لِلْفِرَاشِ ‏وَلِلْعَاهِرِ ‏ ‏الْحَجَرُ  
متفق عليه (البخاري 2053 - مسلم 1457)

            เด็กเป็นของเจ้าของที่นอน ส่วนผู้ละเมิดประเวณีจะได้ก้อนหิน

(รายงานโดยสอดคล้องกันระหว่างบุคคอรียฺ 2053 และมุสลิม 1457,)

 

            กรณีนี้ผู้ปกครองของเด็กที่เกิดจากซีนานั้นคือ ซุลฏอน(ผู้ปกครองอาณาเขตอิสลาม) เขาคือ วะลียฺ อัล-อัมรฺ(ผู้ปกครองกิจการมุสลิม) เขาจะเป็นผู้ปกครองให้กับบุคคลที่ไม่มีผู้ปกครอง ซุลฎอนนั้นจะจัดการกับภาระกิจต่างๆเพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของทุกฝ่าย แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า การทำลายชีวิตเด็กที่เกิดจากซินาเป็นผลประโยชน์ของผู้เป็นแม่(เพื่อหล่อนจะได้รู้สึกอิสระ ไม่ต้องรับผิดชอบ-ผู้แปล) เพราะว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการส่งเสริมหล่อนและคนอื่นๆให้กระทำซินาที่ชั่วร้ายนี้อีก

 

            เป็นไปได้ที่จะหาทางออกโดยการทำแท้ง สำหรับผู้ที่ทำซินา ซึ่งหล่อนได้กระทำสิ่งที่ชั่วร้ายนี้ แต่ต้องการเตาบะฮฺตัวด้วยความจริงใจ พร้อมๆกับมีความกลัวอย่างยิ่ง(ในด้านอันตรายต่อชีวิต) นี่เป็นหลักใหญ่จากหลักการของชะรีอะฮฺ(ดูรายละเอียดในคำถามที่ผ่านมา) แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าจะทำได้ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ซึ่งสามารถเป็นไปได้(เป็นช่วงที่วิญญานยังไม่เข้าสู่ร่างกายของเด็ก-ผู้แปล)

 

นี่เป็นคำฟัตวาที่ให้ไว้เฉพาะบุคคลบางคนเท่านั้น ไม่ใช่คำฟัตวาที่ใช้ได้ทั่วไป เพื่อที่จะไม่นำข้อปรนผ่อนนี้ไปใช้ในด้านต่างๆอย่างเปิดกว้าง จนเป็นสาเหตุของการส่งเสริมความชั่วให้ระบาดขึ้นในสังคมมุสลิม วัลลอฮุ อะอฺลัม – อัลลอฮฺคือผู้ที่รู้ดีที่สุด

            (จากหนังสือ อะหฺกาม อัล-ญะนีน ฟี อัล-ฟิกฮฺ อัล-อิสลามียฺ โดย อุมัร อิบนฺ มุฮัมมัด อิบนฺ อิบรอฮีม ฆอนิม)

 

……………………………………………….

[1] การขว้างจนเสียชีวิต เป็นไปตามกฏหมายอิสลามที่ให้ขว้างผู้ละเมิดประเวณีที่แต่งงานแล้วจนตาย

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Managed by Ghuraba Group Free counter and web stats