|

เมื่อพวกคนชั่วมันไล่ล่าฉัน ?
โดย เชค มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัลมุนัจญิด อิบนุ อับดุรรออูฟ แปล
ท่านอาจจะถามขึ้นอีกว่า “เมื่อฉันต้องการกลับเนื้อกลับตัว แต่ทว่าพวกคนชั่วที่เป็นเพื่อนของฉันกลับไล่ล่าฉันไปทุก ๆ ที่ ทันทีที่พวกเขารู้ว่าฉันมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองบางสิ่งบางอย่างที่ฉันเคยกระทำ พวกเขาก็จะเล่นงานใส่ฉันขนานใหญ่ และฉันรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเกินต้านทานไว้ได้ ฉันจะทำอย่างไรดี ?” เราขอกล่าวกับท่านว่า จงอดทนเถิด นี่คือแบบแผนของอัลลอฮฺ(ซุนนะตุลลอฮฺ)ในการทดสอบบรรดาผู้มีความบริสุทธิ์ใจจากปวงบ่าวของพระองค์ เพื่อทำให้คนที่สัจจริงนั้นแตกต่างจากคนที่โกหก และเพื่อที่อัลลอฮฺจะได้แยกแยะสิ่งเลว ๆ ให้ออกจากสิ่งที่ดีงาม ตราบใดที่ท่านต้องการวางเท้าของท่านบนจุดเริ่มต้นของเส้นทางนี้ ดังนั้น จงยืนหยัดอย่างมั่นคง พวกมันเหล่านั้นคือ เหล่ามารร้าย(ชัยฏอน)ที่มีทั้งมนุษย์และญิน ซึ่งสมคบคิดกันเพื่อจะกลับส้นเท้าของท่าน(ให้หวนกลับไปเหมือนเดิม) ดังนั้น จงอย่าเชื่อฟังพวกมัน ในตอนเริ่มต้น พวกเขาจะกล่าวกับท่านเช่นนี้ นี่เป็นเรื่องที่คิดกันไปเอง นี่เป็นวิกฤติชั่วคราว ซึ่งไม่นานมันก็จะหายไปจากท่าน นับเป็นเรื่องแปลกที่คนบางคนจะกล่าวกับเพื่อนของเขาในตอนเริ่มต้นของการเตาบะฮฺ(กลับเนื้อกลับตัว)ว่า ช่างเลวจริง(สิ่งที่เขาเปลี่ยนแปลงไป)? นับเป็นเรื่องแปลกที่เกิดขึ้นจากหนึ่งในกลุ่มพวกคนชั่ว เมื่อเพื่อนชายของเธอได้ปิดโทรศัพท์ลง เพราะเขาได้กลับเนื้อกลับตัวและไม่ต้องการกระทำสิ่งใดที่เป็นบาปเพิ่มขึ้นอีก ต่อมาไม่นานเธอได้ติดต่อกลับมา และพูดว่า เป็นไปได้ว่า การยุแหย่(ของมารร้าย)หายไปจากตัวท่านแล้ว? อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า ﴿ قُلْ أَعُوذُ بِرَبِّ النَّاسِ ، قُلْ أَعُوذُ بِرَبِّ النَّاسِ ، إِلَهِ النَّاسِ، مِنْ شَرِّ الْوَسْوَاسِ الْخَنَّاسِ، الَّذِي يُوَسْوِسُ فِي صُدُورِ النَّاسِ، مِنَ الْجِنَّةِ وَالنَّاسِ﴾ จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งมนุษย์ชาติ ราชาแห่งมนุษย์ชาติ พระเป็นเจ้าแห่งมนุษย์ชาติ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์จากหมู่ญินและมนุษย์ [1] คำถามก็คือ พระเจ้าของท่านคู่ควรแก่การภักดี หรือว่าเป็นเพื่อนชั่ว ๆ ของท่าน? ท่านควรจะรู้ตระหนักว่า พวกเขาจะไล่ล่าท่านไปในทุก ๆ ที่ และพยายามทำให้ท่านกลับมาสู่เส้นทางแห่งบาปอีก โดยใช้วิธีการทุก ๆ อย่าง บางคนได้เล่าให้ฉันฟัง หลังจากที่เขาได้เตาบะฮฺว่า เขาเคยมีเพื่อนหญิงที่เลวคนหนึ่ง หล่อนจะใช้ให้คนขับรถของหล่อนขับตามหลังเขา ในขณะที่เขากำลังอยู่บนทางไปมัสญิด และหล่อนจะพูดกับเขาออกมาจากหน้าต่างรถ ณ ตรงนี้ ขอให้รับฟังพระดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า ﴿ يُثَبِّتُ اللَّهُ الَّذِينَ آمَنُوا بِالْقَوْلِ الثَّابِتِ فِي الْحَيَاةِ الدُّنْيَا وَفِي الْآخِرَةِ …﴾ อัลลอฮทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาหนักแน่นด้วยคำกล่าวที่มั่นคง ในการมีชีวิตอยู่ทั้งในโลกนี้และในปรโลก[2] พวกคนเลวเหล่านั้นพยายามที่ทำให้ท่านหวนรำลึกถึงอดีตของท่าน พยายามนำบาปต่าง ๆ ของท่านที่ผ่านไปแล้วกลับมาให้ท่านได้กระทำมันอีก ด้วยสารพัดวิธีการ ไม่ว่าการย้อนรำลึก การรบเร้า การให้ดูภาพ และให้อ่านจดหมาย ดังนั้น ท่านจะต้องไม่ไปฟังและทำตามพวกเขา ท่านต้องระวังในสิ่งที่พวกเขาล่อลวงท่าน ณ ตรงนี้ ขอให้ท่านรำลึกถึงเรื่องราวของท่านกะอฺบฺ บิน มาลิก รดิยัลลอฮุ อันฮุ เศาะฮาบะฮฺคนสำคัญท่านหนึ่ง ในช่วงเวลาที่ท่านเราะซูลได้สั่งให้เศาะฮาบะฮฺทั้งหมดร่วมกันคว่ำบาตร เนื่องจากเขาล่าช้าจนไม่ได้เข้าร่วมสงครามตะบูก การคว่ำบาตรนี้ดำเนินไปจนกว่าอัลลอฮฺ ตะอาลา จะประทานทางออกให้ ทันทีนั้นเองกษัตริย์ฆอซซานผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ส่งสาส์นมายังเขา มีใจความว่า “แท้จริงเราได้รับทราบแล้วว่า ผู้เป็นนายท่านได้ปฏิบัติกับท่านอย่างหยาบกระด้างยิ่ง อัลลอฮฺ ตะอาลา ไม่เคยทำให้ท่านต้องอยู่ในบ้านแห่งความต่ำต้อยและความสูญเสียเช่นนี้ ดังนั้นมายังเราเถิดเราจะให้การสงเคราะห์แก่ท่าน” ผู้ปฏิเสธศรัทธาผู้นี้ต้องการทำให้มุสลิมไข้วเขว จนกระทั่งว่าทำให้พวกเขาต้องทิ้งเมืองมดีนะฮฺ แล้วหายไปในแผ่นดินปฏิเสธศรัทธา ถามว่า จุดยืนของเศาะฮาบะฮฺคนสำคัญท่านนี้เป็นแบบไหน? ท่านกะอฺบฺ ได้กล่าวว่า “ดังนั้น ฉันได้พูดขึ้น ขณะที่ฉันได้อ่านมันว่า นี่คือบาลาอ์(การทดสอบ)อีกเช่นกัน แล้วฉันก็ได้เผามันทิ้ง” โอ้ ชายและหญิงผู้เป็นมุสลิม ท่านต้องจัดการเยี่ยงนี้กับทุก ๆ สิ่งที่พวกคนเลวมันได้ส่งมายังท่าน ท่านจงเผามัน จนมันกลายเป็นเถ้าถ่าน พึงรำลึก ในขณะที่ท่านกำลังเผามัน รำลึกถึงไฟนรกเถิด อัลลอฮฺ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า ﴿ فَاصْبِرْ إِنَّ وَعْدَ اللَّهِ حَقٌّ وَلَا يَسْتَخِفَّنَّكَ الَّذِينَ لَا يُوقِنُونَ﴾ จงอดทนเถิด แท้จริงสัญญาของอัลลอฮฺนั้นเป็นจริงเสมอ และอย่าให้บรรดาผู้ไม่มีความเชื่อมั่นทำให้เจ้ากังวลใจ[3] ......................................... [1] อัล-กุรอาน 114:1-3 [2] อัล-กุรอาน 14:27 [3] อัล-กุรอาน 30:60
|