• Home
  • มหาวิทยาลัยหลังเที่ยงคืน
  • สนพ.เตาบะฮฺ
เมนู
Home
ฉันอยากกลับตัว ... แต่ทว่า
นะศีฮัต - ด้วยความจริงใจ
ชมและฟังเพื่อการขัดเกลา
ผู้รู้มาตอบปัญหา
กิจกรรม
ห้องเรียนหลังเที่ยงคืน
วิทยาลัยรุ่งสาง

อิสลาม.in.th

 

การเตาบะฮฺของผู้ที่ฆ่าคนตายร้อยศพ พิมพ์ อีเมล์

Sample  Image

 

 

 

 

การเตาบะฮฺของผู้ ที่ฆ่าคนตายร้อยศพ

 

 

 

โดย เชค มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัลมุนัจญิด

อิบนุ อับดุรรออูฟ แปล

 

 

รายงานจากอบูสะอีด สะอฺดฺ บิน มาลิก บิน ซินาน อัล คุดรียฺ รอดิยัลลอฮุ อันฮุ ว่าท่านนบี ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม  ได้กล่าวว่า

 

((‏كَانَ فِيمَنْ كَانَ قَبْلَكُمْ رَجُلٌ قَتَلَ تِسْعَةً وَتِسْعِينَ نَفْسًا فَسَأَلَ عَنْ أَعْلَمِ أَهْلِ الْأَرْضِ فَدُلَّ عَلَى رَاهِبٍ فَأَتَاهُ فَقَالَ إِنَّهُ قَتَلَ تِسْعَةً وَتِسْعِينَ نَفْسًا فَهَلْ لَهُ مِنْ تَوْبَةٍ فَقَالَ لَا فَقَتَلَهُ فَكَمَّلَ بِهِ مِائَةً ثُمَّ سَأَلَ عَنْ أَعْلَمِ أَهْلِ الْأَرْضِ فَدُلَّ عَلَى رَجُلٍ عَالِمٍ فَقَالَ إِنَّهُ قَتَلَ مِائَةَ نَفْسٍ فَهَلْ لَهُ مِنْ تَوْبَةٍ فَقَالَ نَعَمْ وَمَنْ يَحُولُ بَيْنَهُ وَبَيْنَ التَّوْبَةِ انْطَلِقْ إِلَى أَرْضِ كَذَا وَكَذَا فَإِنَّ بِهَا أُنَاسًا يَعْبُدُونَ اللَّهَ فَاعْبُدْ اللَّهَ مَعَهُمْ وَلَا تَرْجِعْ إِلَى أَرْضِكَ فَإِنَّهَا أَرْضُ سَوْءٍ فَانْطَلَقَ حَتَّى إِذَا نَصَفَ الطَّرِيقَ أَتَاهُ الْمَوْتُ فَاخْتَصَمَتْ فِيهِ مَلَائِكَةُ الرَّحْمَةِ وَمَلَائِكَةُ الْعَذَابِ فَقَالَتْ مَلَائِكَةُ الرَّحْمَةِ جَاءَ تَائِبًا مُقْبِلًا بِقَلْبِهِ إِلَى اللَّهِ وَقَالَتْ مَلَائِكَةُ الْعَذَابِ إِنَّهُ لَمْ يَعْمَلْ خَيْرًا قَطُّ فَأَتَاهُمْ مَلَكٌ فِي صُورَةِ آدَمِيٍّ فَجَعَلُوهُ بَيْنَهُمْ فَقَالَ قِيسُوا مَا بَيْنَ الْأَرْضَيْنِ فَإِلَى أَيَّتِهِمَا كَانَ أَدْنَى فَهُوَ لَهُ فَقَاسُوهُ فَوَجَدُوهُ أَدْنَى إِلَى الْأَرْضِ الَّتِي أَرَادَ فَقَبَضَتْهُ مَلَائِكَةُ الرَّحْمَةِ))

 

ก่อนหน้านี้ได้มีชายผู้หนึ่ง เขาได้ฆ่าคนตายไป 99 ศพ เขาได้ถามหาผู้ที่มีความรู้ที่สุดในผืนแผ่นดินนี้ แล้วมีคนบอกถึงนักบวชคนหนึ่ง เขาจึงไปหานักบวชผู้นั้น แล้วถามว่า “คนที่ฆ่าคนตาย 99 ศพ เขาสามารถเตาบะฮฺได้หรือไม่?” นักบวชผู้นั้นตอบว่า “ไม่ได้” ดังนั้นเขาจึงได้ฆ่านักบวชนั้นเป็นศพที่ร้อย

หลังจากนั้น เขาได้ถามหาผู้ที่มีความรู้ที่สุดในผืนแผ่นดินนี้ แล้วมีคนบอกถึงนักปราชญ์คนหนึ่ง เขาจึงไปหาแล้วถามว่า “คนที่ฆ่าคนตาย 100 ศพ เขาสามารถเตาบะฮฺได้หรือไม่?” นักปราชญ์ผู้นั้นตอบว่า “ได้ซิ ใครล่ะจะขวางระหว่างท่านกับการเตาบะฮฺ ขอให้ท่านไปยังดินแดนนั้น ๆ ซิ(คือบอกชื่อเมืองแห่งหนึ่งให้) แท้จริงที่นั้นมีผู้คนที่เคารพบูชาต่ออัลลอฮฺ แล้วขอให้ท่านเคารพบูชาอัลลอฮฺร่วมกับพวกเขา แล้วอย่ากลับมายังดินแดนของท่าน เพราะว่ามันเป็นดินแดนแห่งความชั่วร้าย”

ดังนั้น ชายผู้นั้นจึงได้ออกเดินทางไป จนกระทั่งมาถึงครึ่งทาง มลาอิกะฮฺแห่งความตายก็ได้มาหาเขา(คือได้เอาชีวิตเขาไป)

 

หลังจากนั้นมลาอิกะฮฺแห่งความเมตตาและมลาอิกะฮฺแห่งการลงทัณฑ์ก็ได้โต้แย้งกันเกี่ยวกับตัวเขา มลาอิกะฮฺแห่งความเมตตาได้กล่าวว่า “เขาได้กลับเนื้อกลับตัว ด้วยหัวใจที่เข้าหาอัลลอฮฺ” ส่วนมลาอิกะฮฺแห่งการลงทัณฑ์ได้กล่าวว่า “เขาไม่เคยได้ทำดีใด ๆ เลย”

จากนั้นได้มีมลาอิกะฮฺท่านหนึ่งที่ปรากฏกายในรูปของมนุษย์ ดังนั้นพวกเขาได้ขอให้มลาอิกะฮฺท่านนี้ช่วยตัดสิน มลาอิกะฮฺท่านนี้จึงกล่าวว่า “จงวัดระยะทางระหว่างดินแดนทั้งสอง ดินแดนไหนที่ใกล้กว่า เขาก็เป็นของดินแดนนั้น” ดังนั้นพวกเขาจึงได้วัดดู ก็พบว่าชายที่เสียชีวิตนั้นอยู่ใกล้ดินแดนที่เขาต้องการไปมากกว่า ดังนั้น มลาอิกะฮฺแห่งความเมตตาจึงเอาเขาไป [1]

ปรากฏบางรายงานในอัศ-เศาะฮีฮฺ

 

(( ... فَكَانَ إِلَى الْقَرْيَةِ الصَّالِحَةِ أَقْرَبَ مِنْهَا بِشِبْرٍ فَجُعِلَ مِنْ أَهْلِهَا ))

 

ปรากฏว่า เขาอยูใกล้เมืองที่ดี(กว่าอีกเมืองหนึ่ง)หนึ่งคืบ ดังนั้น เขาก็เป็นของเมืองนั้น[2]

 

ปรากฏอีกบางรายงานในอัศ-เศาะฮีฮฺ

 

(( ... وَأَوْحَى اللَّهُ إِلَى هَذِهِ أَنْ تَبَاعَدِي وَقَالَ قِيسُوا مَا بَيْنَهُمَا فَوُجِدَ إِلَى هَذِهِ أَقْرَبَ بِشِبْرٍ فَغُفِرَ لَهُ ))

 

อัลลอฮฺ ตะอาลา บัญชาให้เมืองหนึ่ง(ที่เลว)ห่างออกไป และเมืองหนึ่ง(ที่ดี)เข้าใกล้มา แล้วพระองค์ตรัสว่า พวกเจ้าจงวัดระยะทางระหว่างเมืองทั้งสอง พวกเขาก็พบว่าชายผู้นี้อยู่ใกล้เมือง(ที่ดี)มากกว่าหนึ่งคืบ ดังนั้น อัลลอฮฺ ตะอาลา ก็อภัยโทษให้เขา [3]

 

ใช่ ! ใครล่ะที่จะขวางกั้นระหว่างเขากับการเตาบะฮฺได้ ถึงตอนนี้แล้วท่านไม่เห็นดอกหรือ โอ้ผู้ที่ต้องการจะเตาบะฮฺ ว่าบาปของท่านนั้นใหญ่ยิ่งกว่าชายคนที่ได้กลับเนื้อกลับตัวยังอัลลอฮฺคนนี้หรือไม่? แล้วทำไมจึงสิ้นหวังเล่า?



ยิ่งกว่านั้น แท้จริงมีอีกเรื่องหนึ่ง โอ้พี่น้องมุสลิม เรื่องนี้ยิ่งใหญ่กว่าอีก ขอให้ลองใคร่ครวญพระดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา  ที่ว่า

 

﴿ وَالَّذِينَ لَا يَدْعُونَ مَعَ اللَّهِ إِلَهًا آخَرَ وَلَا يَقْتُلُونَ النَّفْسَ الَّتِي حَرَّمَ اللَّهُ إِلَّا بِالْحَقِّ وَلَا يَزْنُونَ وَمَنْ يَفْعَلْ ذَلِكَ يَلْقَ أَثَامًا ، يُضَاعَفْ لَهُ الْعَذَابُ يَوْمَ الْقِيَامَةِ وَيَخْلُدْ فِيهِ مُهَانًا ، إِلَّا مَنْ تَابَ وَآمَنَ وَعَمِلَ عَمَلًا صَالِحًا فَأُولَئِكَ يُبَدِّلُ اللَّهُ سَيِّئَاتِهِمْ حَسَنَاتٍ وَكَانَ اللَّهُ غَفُورًا رَحِيمًا﴾

 

และบรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัล ลอฮฺ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งอัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี และผู้ใดกระทำเช่นนั้น เขาจะได้พบความผิดอันมหันต์ การลงโทษในวันกิยามะฮฺจะถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว และศรัทธาและประกอบการงานที่ดีเขาเหล่านั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงแทนความชั่วของพวกเขาด้วยความดี และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ [4]

 

ขอให้หยุดใคร่ครวญพระดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา  ต่อไป

﴿... فَأُولَئِكَ يُبَدِّلُ اللَّهُ سَيِّئَاتِهِمْ حَسَنَاتٍ... ﴾

 

...เขาเหล่านั้นแหละอัลลอฮฺจะทรงแทนความชั่วของพวกเขาด้วยความดี ... [5]

 

ใจความนี้ได้อธิบายให้ท่านทราบถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺ บรรดาอุละมาอ์ได้กล่าวว่า “การแทน” ในที่นี่มี 2 ชนิด

 

ชนิดที่ 1 การแทนลักษณะที่เลวด้วยลักษณะที่ดี ดังเช่นแทนชิรกฺ(การตั้งภาคี)ด้วยอีหม่าน(ศรัทธา) แทนซีนา(การผิดประเวณี)ด้วยการมีความยับยั้งชั่งใจ แทนการโกหกด้วยการพูดจริง และแทนความไม่ซื่อสัตย์ด้วยอมานะฮฺ(การไว้วางใจได้) เป็นต้น

 

ชนิดที่ 2 แทนความชั่วที่พวกเขากระทำมัน ด้วยความดีงามในวันกิยามะฮฺ(วันฟื้นชีวิต) ขอให้พิจารณาใคร่ครวญพระดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา  ที่ว่า

﴿... يُبَدِّلُ اللَّهُ سَيِّئَاتِهِمْ حَسَنَاتٍ... ﴾

 

...อัลลอฮฺจะทรงแทนความชั่วของพวกเขาด้วยความดี ... [6]

 

จะเห็นว่า พระองค์ไม่ได้ตรัสว่าความเลวหนึ่ง ๆ แทนด้วยความดีหนึ่ง บางทีอาจจะน้อยกว่า หรือเท่ากัน หรือมากกว่า ทั้งในแง่จำนวนหรือน้ำหนักก็ได้ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความจริงจังจริงใจของผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว หรือความสมบูรณ์ของการเตาบะฮฺของเขา ท่านเคยเห็นความดีเลิศใดที่ดีกว่านี้หรือไม่? ขอให้พิจารณาดูคำอธิบายถึงความเอ็นดูเมตตาของพระเจ้าฮะดีษที่งดงามดังต่อไปนี้

((عن عبد الرحمن بين جبير عن أبي طويل شطب الممدود أنه أتى النبي صلى الله عليه وسلم  فقال: أرأيت رجلاً عمل الذنوب كلها فلم يترك منها شيئاً وهو في ذلك لم يترك حاجة ولا داجة أي صغيرة ولا كبيرة إلا أتاها، فهل لذلك من توبة ؟ قال: (فهل أسلمت) قال: أما أنا فأشهد أن لا إله إلا الله وأنك رسول الله. قال: (تفعل الخيرات وتترك السيئات فيجعلهن الله لك خيرات كلهن) قال: وغدراتي وفجراتني، قال: (نعم) قال: الله أكبر فما زال يكبر حتى توارى. ))

 

            อับดุล เราะมาน อิบนุ ญุบัยรฺ รายงานจาก อบู เฏาะวีล ชัฏบฺ อัล-มัมดูด ว่า เขาได้มายังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม[7] แล้วเขากล่าวว่า “ท่านคิดอย่างไรกับชายคนหนึ่งที่กระทำบาปทุกชนิด เขาไม่ละทิ้งบาปใด ๆ เลย ไม่ว่าบาปเล็กหรือบาปใหญ่ [8] กรณีเช่นนี้ สามารถเตาบะฮฺ(สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว)ได้หรือไม่? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ถามว่า “ท่านได้รับอิสลามแล้วใช่ไหม?” เขาตอบว่า “ฉันขอปฏิญาณตนว่า ไม่มีสิ่งใดที่ควรค่าแก่การสักการะบูชา เว้นแต่อัลลอฮฺ และฉันขอปฏิญาณว่า ท่านเป็นผู้นำสาส์นของพระองค์”(คือเขาเป็นมุสลิมแล้ว) ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม  กล่าวว่า “จงกระทำความดีและละทิ้งความชั่ว แล้วอัลลอฮฺจะเปลี่ยนสิ่งนั้นทั้งหมดให้เป็นความดีสำหรับท่าน” เขาถามต่อไปว่า “แล้วการกระทำที่ปล้นหลอกหลวงและความชั่วร้ายเลวทรามเล่า?” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวว่า “ใช่(อัลลอฮฺจะเปลี่ยนให้เช่นกัน)” ชายคนนั้นได้กล่าวว่า “อัลลอฮุ อักบัร(อัลลอฮฺยิ่งใหญ่ที่สุด)” แล้วเขายังกล่าว “อัลลอฮุ อักบัร” จนกระทั่งเขาสูญเสียสายตา[9]

             

            ประเด็นตรงนี้อาจมีคำถามจากผู้กลับเนื้อกลับตัวว่า “ในเมื่อฉันเคยหลงผิด ฉันไม่เคยละหมาด เป็นเหตุให้ฉันต้องหลุดออกจากอิสลามไป แต่ฉันเคยทำความดีงามบางอย่างไว้ ดังนั้น หลังจากฉันกลับเนื้อกลับตัวแล้ว ความดีงามเหล่านี้ยังถูกนับให้แก่ฉันหรือไม่? หรือว่ามันจะสูญหายไปจนหมดสิ้น !!! ”

 

            เรื่องราวต่อไปนี้คือคำตอบ

 

((‏عَنْ ‏ ‏ابْنِ شِهَابٍ ‏ ‏قَالَ أَخْبَرَنِي ‏ ‏عُرْوَةُ بْنُ الزُّبَيْرِ ‏ ‏أَنَّ ‏حَكِيمَ بْنَ حِزَامٍ ‏أَخْبَرَهُ أَنَّهُ قَالَ لِرَسُولِ اللَّهِ ‏ ‏صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ‏ ‏أَرَأَيْتَ أُمُورًا كُنْتُ ‏ ‏أَتَحَنَّثُ ‏ ‏بِهَا فِي الْجَاهِلِيَّةِ هَلْ لِي فِيهَا مِنْ شَيْءٍ فَقَالَ لَهُ رَسُولُ اللَّهِ ‏ ‏صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ ‏ ‏ أَسْلَمْتَ عَلَى مَا ‏أَسْلَفْتَ‏ ‏مِنْ خَيْرٍ ‏وَالتَّحَنُّثُ التَّعَبُّدُ))

 

รายงานจากท่านอุรวะฮฺ บิน อัล-ซุบัยรฺ ที่ได้รายงานจากฮะกีม บิน ฮัซซาม ซึ่งได้เล่าแก่เขาว่า เขาได้ถามท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม  ว่า “โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ท่านมีความเห็นเช่นไรกับกิจการต่าง ๆ ที่ฉันได้กระทำความดีงามเอาไว้ในสมัยญาฮิลียะฮฺ(อวิชา) ไม่ว่าจะเป็นการบริจาค การปล่อยทาส หรือแม้แต่การเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติ สิ่งเหล่านี้มีรางวัลตอบแทนหรือไม่?” ท่านเราะซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม  ตอบว่า “ท่านได้เข้ามาเป็นมุสลิมบนพื้นฐานของความดีที่ท่านกระทำผ่านพ้นมา” [10]

            บาปต่าง ๆ เหล่านี้จะได้รับการอภัย ความชั่วเหล่านี้จะได้รับการทดแทนด้วยความดีงาม และความดีงามในสมัยญาฮิลียะฮฺเหล่านี้ก็จะยังคงอยู่กับเจ้าของมันหลังจากกลับเนื้อกลับตัว(เตาบะฮฺ)แล้ว แล้วเขาจะมีอะไรที่คงเหลือมากกว่านี้อีกเล่า !!!
…………………………………….
เชิงอรรถ

[1] รายงานโดย มุสลิม
[2] อัล-กุรอาน 24:31
[3] รายงานโดย อัล-บุคอรียฺ
[4] อัล-กุรอาน 25: 68-70
[5] อัล-กุรอาน 25: 70
[6] อัล-กุรอาน 25: 70
[7]
ในรายงานอื่นกล่าวว่า เป็นชายที่แก่ชรามากคนหนึ่งที่คิ้วทั้งสองของเขาตกมาอยู่เหนือตาทั้งสอง (หมายถึงเขา
      มีตาที่ลึก) เขาได้พยุงตัวด้วยไม้เท้า จนกระทั่งเขาได้มาและยืนอยู่ตรงหน้าท่านนบีศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ
      วะซัลลัม

[8]
ในรายงานอื่นกล่าวว่า ถ้าหากบาปของเขาถูกแบ่งไปยังผู้คนทั้งหมดในโลกนี้ บาปนั้นก็สามารถทำลายพวกเขา
      ได้

[9]
อัล ฮัยษะมียฺ กล่าวว่า “อัฏ-เฏาะบะเราะนียฺและอัล-บัซซาซ รายงานหะดีษนี้ไว้ในสำนวนที่คล้ายคลึงกัน คนที่
     รายงานในของอัล-บัซซาซ นั้นเป็นคนรายงานที่เศาะฮีฮฺ(แข็งแรง) นอกเหนือไปจากมุฮัมมัด อิบนฺ ฮารูน อบี นะ
     ชีเฏาะฮฺ ซึ่งเชื่อถือได้(ษิเกาะฮฺ) อัล-มัจญมะอฺ
1/36 อัล-มุนซิรียฺกล่าวไว้ในอัล-ตัรฆีบว่า สายรายงานนี้ดีและ
     แข็งแรง(ญัยยิด เกาะวียฺ)
4/113 อิบนุ ฮะญัรฺ กล่าวไว้ในอัล-อิศอบะฮฺ ว่ามันสอดคล้องตามเงื่อนไขของเศาะฮีฮฺ
     (แข็งแรง)
4/149
[10]
รายงานโดยมุสลิม

 

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Managed by Ghuraba Group Free counter and web stats