• Home
  • มหาวิทยาลัยหลังเที่ยงคืน
  • สนพ.เตาบะฮฺ
เมนู
Home
ฉันอยากกลับตัว ... แต่ทว่า
นะศีฮัต - ด้วยความจริงใจ
ชมและฟังเพื่อการขัดเกลา
ผู้รู้มาตอบปัญหา
กิจกรรม
ห้องเรียนหลังเที่ยงคืน
วิทยาลัยรุ่งสาง

อิสลาม.in.th

 

ชีวิตหลังความตาย พิมพ์ อีเมล์

Sample Image

 

ชีวิตหลังความตาย
โลกทัศน์ที่แตกต่าง



อิบนุ อับดุรรออูฟ เรียบเรียง




             ผมนั่งฟังการเสวนาในงานวิชาการครั้งหนึ่งของคนไม่ใช่มุสลิม หัวข้อ เรื่องความตาย น่าสนใจสำหรับผม ผมอยากรู้เหมือนกันว่าคนไม่ใช่มุสลิมมองอย่างไร ในการสนทนาครั้งนี้มีทั้งอาจารย์ดังจากมหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง นักคิดอิสระอีกท่านหนึ่ง อีกท่านเป็นพระ ...


สิ่งที่ผมฟัง ๆ แล้ว ผมคิดว่า ที่สุดแล้วมนุษย์ก็มองเห็นเรื่องความตายในทิศทางคล้าย ๆ กัน ก็เพราะมนุษย์ต่างก็เผชิญหน้ากับสัจธรรมชนิดนี้ที่ปฏิเสธไม่ได้ แม้จะไม่เคยเกิดขึ้นกับตน ดูเหมือนว่า มนุษย์ตลอดประวัติศาสตร์ก็ถูกสอนให้ยอมรับ “ความตาย” ให้ได้และถูกความตายบีบบังคับให้อธิบายชีวิตของตน

 

อาจารย์ในงานเสวนาท่านหนึ่งที่เป็นนักประวัติศาสตร์ตั้งข้อสังเกตว่า “ไม่มีอารยธรรมใดเลยของมนุษย์เลยที่ไม่มีการกล่าวถึงชีวิตหลังความตาย” อารยธรรมต่าง ๆ ในอดีตต่างก็มีพิธีกรรมมากมายที่เกี่ยวพันกับความตาย

แต่อย่างไร ผมก็คิดว่า เมื่ออารยธรรมต่าง ๆ มาปะทะกัน การแสดงออกถึงความตายของทั้งสองข้างก็แตกต่างกัน ดังเมื่อกองทัพอิสลามยุคแรกเผชิญหน้ากับฝ่ายเปอร์เซีย แม่ทัพฝ่ายอิสลามส่งสาส์นไปบอกว่า นักรบฝ่ายมุสลิมกระหายความตาย เฉกเช่นเดียวกับที่ฝ่ายท่านกระหายในเหล้าองุ่น ... ถึงตอนนี้ผมคิดว่า ชีวิตหลังความตายของทั้งสองข้างมีความแตกต่างกัน

 

ไม่ใช่ว่า จะไม่มีความพยายามสลัดชีวิตหลังความตายออกไป อย่างน้อยอารยธรรมตะวันตกได้นำเอาทฤษฎีดาวินส์มารองรับการปฏิเสธชีวิตหลังความตาย แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างคำตอบที่ทดแทนคำอธิบายชีวิตหลังความตาย แม้แต่ในใจกลางโลกตะวันตกเองก็เถอะ

แต่ผมคิดว่า ความสำเร็จมากคือ การสร้างผลกระทบต่อการมองเห็นชีวิตหลังความตาย ซึ่งตอนนี้อารยธรรมหลัก ๆ ของโลกต่างก็ประสบกับความเจือจางในภาพจินตนาการของชีวิตหลังความตายไม่มากก็น้อย

 

เดือนที่แล้ว ผมได้ไปคุยกับคนทำงานของสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทยบางสาขา ผมแสดงความเป็นห่วงส่วนตัวต่อแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในบรรยากาศคนทำงานอิสลามที่พบเห็นทั่วๆไปก็คือ การเน้นสร้างกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม อย่างงานด้านเศรษฐกิจ และการจัดตั้งมวลชน จนกระทั่งไม่ค่อยได้ยินการพูดถึงนรกและสวรรค์

ผมย้ำว่า การไม่ได้คุยแนวคิดเรื่องนี้ เท่ากับไม่ได้คุยเรื่องอิสลามเลย...

 

แต่ผมก็เป็นห่วงเช่นกันว่า การเอาแต่พูดเรื่องนรกสวรรค์ โดยตัดขาดกับกิจกรรมอื่น ๆ ก็เป็นความตกขอบอีกด้านหนึ่งเช่นกัน...

ผมสังเกตว่า องค์กรที่เน้นการพูดเรื่องการกระบวนการทางสังคม ที่บางประเทศอาจก้าวไปถึงความพยายามในการจัดตั้งรัฐอิสลามนั้น มีกลิ่นไอของสวรรค์นรกน้อย ขณะที่องค์กรที่อธิบายภาพในนรกสวรรค์ กลับละเลยกระบวนการการสร้างสังคมแบบครบวงจร

การดึงเอาภาพของชีวิตหลังความตายกับกระบวนการสร้างสังคมออกจากกัน เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นปัญหาในการฟื้นฟูอารยธรรมอิสลาม

 

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ สัลลัม ของเราเคยกล่าวพยากรณ์ไว้ว่า อุมมะฮฺจะถูกรุมกินโต๊ะ มีคนถามว่า เรามีจำนวนน้อยหรือ? คำตอบคือ มิใช่ แต่เป็นเพราะ ความรักในโลกนี้และชิงชังความตาย

ทัศนะเรื่องความตายแบบหนึ่งถูกนำมากล่าวถึงในฐานะปัจจัยแห่งความตกต่ำเป็นฟองน้ำ แต่ผมเองเคยเจอคำถามในอีกมุมว่า ความตายม้กจะทำให้คนละทิ้งโลกมากกว่า ความตายในอารยธรรมแบบไหนกันที่ทำให้คนแข็งแกร่ง !!!

ในขณะที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะ สัลลัม สอนให้เรา “รำลึกถึงความตาย” ให้มาก ๆ ไปเยี่ยมกูบูร ไปเยียมคนป่วย ... แต่โลกนี้ในทัศนะของอิสลามก็เป็นที่ที่เดียวที่เราสามารถใช้ “การกระทำ” ทั้งหมดของเราแปลงเป็น “ผล” ในโลกหน้าได้

ที่สำคัญยังได้กำหนดรูปแบบสิ่งที่กระทำว่าแบบไหนส่งผลดีและแบบไหนผลร้ายไว้ไม่เหมือนใคร
……………………………….

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Managed by Ghuraba Group Free counter and web stats