|

แบบแผนของสรรพสิ่ง กับการมีอยู่ของพระเจ้า
อับดุลมาญีด บิน อับดุรรออูฟ เรียบเรียง
การมีอยู่จริงของผู้สร้าง หรือพระเจ้านั้น ในทรรศนะอิสลามถือว่า เป็นเหตุเป็นผลที่เกิดจากการมีอยู่ของสรรพสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เรามิอาจปฏิเสธได้
กล่าวได้ว่า การมีอยู่ของตัวเราและการมีอยู่ของสรรพสิ่งคือสิ่งที่ยืนยันการมีอยู่จริง ของพระเจ้า เช่นเดียวกัน ในอิสลามถือว่า การปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้า เท่ากับผู้นั้นกำลังปฏิเสธข้อเท็จจริงของการมีอยู่ของตัวเขาเองและจักรวาลนี้นั่นเอง
การ ได้ใคร่ครวญ ครุ่นคิด พิจารณา ต่อธรรมชาติและตัวเราเองจึงเป็นวิธีการสำคัญที่อิสลามใช้ยืนยันการมีอยู่ของ พระเจ้า ดังปรากฏข้อความที่กระตุ้นให้เกิดการคิดมากมายในอัล กุรอาน มากมาย
ครั้งหนึ่งเคาะลีฟะฮฺ ฮารูน อัร เราะชีด ได้ถามท่านอิมาม มาลิก ว่า “อะไรคือหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ามีพระเจ้าอยู่จริง?” ท่านตอบว่า “ภาษาที่แตกต่างกัน ระดับเสียงที่หลากหลาย เสียงร้องที่แตกต่าง เป็นสิ่งพิสูจน์ว่า พระเจ้ามีจริง”
ท่านอิมาม อัช ชาฟิอียฺ กล่าวถึงหลักฐานการมีอยู่ของพระเจ้าเอาไว้ว่า “ใบไม้ของต้นฏูต(พืชประเภทต้นหม่อน)ทั้ง หมดเหมือนกันหมด ใบแต่ละใบมีรสชาติเหมือนกันหมด พวกแมลง ผึ้ง วัว แพะ และกวาง ต่างกินมันเป็นอาหาร ภายหลังจากที่ได้กินมันไปแล้ว แมลงก็ได้ผลิตไหม ผึ้งให้น้ำผึ้ง กวางให้ชะมดเชียง วัวและแพะออกลูก นี่เป็นหลักฐานชัดเจนแล้วมิใช่หรือว่าใบไม้ชนิดหนึ่งแต่มีคุณภาพหลากหลาย? นี่มิใช่งานพระเจ้า ผู้เป็นผู้สร้างดอกหรือ?”
ท่านอิมาม อะหฺมัด บิน ฮัมบัล ได้ตอบคำถามถึงหลักฐานการมีอยู่ของพระเจ้าเอาไว้ว่า “มี ปราการหนึ่งที่แข็งแรง ไม่มีประตู ไม่มีทางเข้าไป ไม่มีแม้แต่โพรงที่อยู่ในนั้น ด้านนอกมันส่องแสงคล้ายดวงจันทร์ ด้านในมันส่องแสงคล้ายทอง มันถูกปิดหมดทุกด้าน ทันใดนั้นประตูหนึ่งของมันก็ปริออก ได้มีสิ่งมีชีวิตที่มีหูมีตา เป็นสัตว์ที่มองดูงดงามโผล่ออกมาพร้อมกับร้องออกมาและแสดงความประหลาดใจต่อ สิ่งที่อยู่รอบๆ ดังนั้น มันเป็นไปได้ที่ผู้สร้างได้สร้างชีวิตให้เกิดขึ้นในปราการที่ถูกปิดและปลอดภัยมิใช่หรือ? และผู้สร้างย่อมเหนือกว่ามนุษย์มิใช่หรือ? ผู้สร้างนี้ไม่มีความจำกัด” สิ่งที่ท่านอิมาม อะหฺมัด ได้กล่าวถึงคือ ไข่
ครั้ง หนึ่งท่านอิมาม อบู ฮะนีฟะฮฺ ได้ถูกถามจากนักอเทวนิยม ผู้ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้า ถึงหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงการมีอยู่ของพระเจ้า ท่านตอบว่า
“ขอ ให้ลืมเรื่องนี้สักชั่วครู่ ฉันกำลังคิดถึงเรือลำหนึ่งอยู่ ผู้คนได้บอกฉันว่ามันเป็นเรือลำใหญ่ ในเรือนี้มีสินค้าหลากหลายไปดินแดนต่างๆ เรือนี้ไม่มีคนที่คอยควบคุมขับขี่ ไม่มีคนที่คอยดูแลรักษา แต่เรือนี้ได้กลับเข้ามาและกลับออกไป มันได้ฝ่าคลื่นในมหาสมุทร มันได้หยุดในจุดที่มันคิดจะหยุด มันมุ่งหน้าออกไปในทิศทางที่มันคิดจะไป เรือลำนี้ไม่มีนายท้ายและไม่มีแผนการเดินทาง”
ผู้ไม่เชื่อการมีอยู่ของพระเจ้าได้ขัดจังหวะและร้องขึ้นว่า “มันเป็นเรื่องประหลาดและเป็นความที่เหลวไหลอะไรเช่นนี้ จะให้คนมีปัญญาคนใดคิดว่าเรื่องเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้?”
ท่านอบู ฮะนีฟะฮฺ กล่าวว่า “ฉัน เสียใจที่ได้ยินท่านกล่าวเช่นนี้ ท่านไม่สามารถคิดไปได้ว่ามีเรือที่วิ่งออกไปโดยปราศจากผู้ที่คอยดูแลมัน กระนั้น ท่านกลับคิดว่าโลกทั้งหมด ซึ่งดำเนินไปในแบบที่เที่ยงตรงแม่นยำยิ่ง ไม่มีผู้ที่คอยเฝ้าดูแลมัน ไม่มีผู้ที่เป็นเจ้าของมัน”
‘ข้อเท็จจริง’ ที่เป็นอยู่ในธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ทุกคนมิอาจปฏิเสธได้ว่า มันมิได้ดำเนินไปบน ‘ความบังเอิญ’ ยิ่งกว่านั้นมันยังมี ‘เอกภาพ’ และ‘ประสานกลมกลืนกัน’ อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย
ด้วย เหตุนี้เอง วิธีการยืนยันถึงการมีอยู่ของพระเจ้าในอิสลามนั้น เน้นให้เห็นถึง ‘ความจงใจ’ ที่อยู่เบื้องหลังสรรพสิ่ง เพื่อชี้ให้เห็นการมีอยู่ของพระเจ้า พร้อมๆกันนั้น ได้ชี้ให้เห็นถึง ‘ความกลมกลืน’ เพื่อแสดงถึง ‘สภาวะความเป็นหนึ่ง’ ของพระเจ้า ………………………………………………
|