บิสมิลลาฮิร เราะหฺมานิร เราะหีม จุดเริ่มต้นการเคลื่อนไหวของผู้ศรัทธา
อิบนุ อับดุรรอูฟ
อิสลามให้ความสำคัญและเน้นย้ำอย่างยิ่งในประเด็นของ “อะกีดะฮฺ”(หลักยึดมั่น) และการเริ่มต้นจากการตั้งมั่นเจตนาที่ดีและบริสุทธิ์(อิคลาศ)ในทุก ๆ การกระทำและทุก ๆ การเคลื่อนไหว
การกล่าว((بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ )) “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตาที่แผ่กว้าง ผู้ทรงเมตตาที่พิเศษ” ทุกครั้งที่จะเริ่มการงานใด ๆ ก็ตามที่เป็นการงานที่ดี การกล่าวด้วยลิ้นเพียงสั้นๆ นี้จะช่วยย้ำเตือนหัวใจ เพื่อให้ตั้งเจตนาที่ดีและปราศจากสิ่งที่เป็นภาคี
(( بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ )) “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตาที่แผ่กว้าง ผู้ทรงเมตตาที่พิเศษ” คำกล่าวนี้เป็นการริเริ่มการกระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยการอ้างอิงกับ “ ... พระนามของอัลลอฮฺ ...” นั้นเป็นอ้างถึงหลักการอันยิ่งใหญ่ของอิสลามที่ว่าอัลลอฮฺคือ (( هُوَ الْأَوَّلُ وَالْآخِرُ... )) “ผู้ทรงเป็นเบื้องแรก และผู้ทรงเป็นสุดท้าย …”(ซูเราะฮฺ อัล-หะดีด อายะฮฺที่ 3)
นั่นหมายความว่า อัลลอฮฺ คือผู้ที่มีภาวะเป็นอยู่ที่แท้จริง ซึ่งแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับสิ่งถูกสร้างต่าง ๆ การมีอยู่ของพระองค์เป็นที่พึ่งพาของสรรพสิ่งทั้งหลาย การเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่งต้องเริ่มมาจากการมีอยู่ของพระองค์ทั้งสิ้น ดังนั้น “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ...” เท่านั้นที่ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหว และทำให้ทุกสรรพสิ่งดำเนินไปได้
ผู้ใดที่กล่าว ((بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ )) “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตาที่แผ่กว้าง ผู้ทรงเมตตาที่พิเศษ” ด้วยความเข้าใจต่อความหมายดังที่กล่าวมา เท่ากับผู้นั้นยอมรับโดยสิ้นเชิงต่ออำนาจและพระประสงค์ของอัลลอฮฺที่ทำให้การงานนั้น ๆ ดำเนินลุล่วงไปได้ จิตวิญญาณของเขารับรู้ว่า การงานของเขาจะสำเร็จลุล่วงไปได้ก็ด้วยการอนุมัติ ด้วยความประสงค์ และการกำหนดจากอัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่แต่เพียงผู้เดียว
อีกทั้งการงานใด ๆ ก็ตามที่เขาได้ประกอบขึ้นนั้น ล้วนแล้วแต่ เพียงเพื่อให้ได้รับความพึงพอพระทัยจากพระองค์เท่านั้น ส่งผลให้ทุกๆการงานของเขาดำเนินไปตามคำสอนและกฎระเบียบจากอัลลอฮฺ
นั่นหมายความว่า เขาผู้นั้นบริสุทธิ์จากสิ่งที่เป็นชีริก(การตั้งภาคี) ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงโกรธกริ้วอย่างยิ่ง เป็นความบริสุทธิ์ในทุก ๆ การงานและทุก ๆ การเคลื่อนไหว ทั้งที่ปรากฏให้เห็นภายนอกและที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน สิ่งดังกล่าวนี้เอง คือความจริงที่อยู่ด้านใน และเป็นแก่นแท้ในการยึดมั่นของมุสลิม
((... الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ )) “... ผู้ทรงเมตตาที่แผ่กว้าง ผู้ทรงเมตตาที่พิเศษ” ทั้งสองคำนี้มาจากคำว่า “الرحمة” (ความเมตตา) ทั้งสองคำนี้เป็นส่วนหนึ่งจากพระนามต่าง ๆ ของอัลลอฮฺ
คำว่า (( الرَّحْمَنِ )) “ผู้ทรงเมตตาที่แผ่กว้าง” เป็นความเมตตาอย่างกว้างขวางของอัลลอฮฺที่มีให้กับสิ่งถูกสร้างทั้งหลายที่พระองค์สร้างขึ้นมา จึงเป็นความเมตตาที่หลั่งไหลไปสู่ทุกสรรพสิ่ง
คำว่า ((الرَّحِيْمِ ))“ผู้ทรงเมตตาที่พิเศษ” เป็นความเมตตาที่มีเฉพาะแก่ผู้ศรัทธา เป็นความพิเศษอันเนื่องผู้ศรัทธารับรู้ถึง “ความเมตตาที่แผ่กว้าง” และได้แสดงการรู้คุณออกมา จึงจะได้รับความเมตตาพิเศษนี้ในวันกิยามะฮฺ
การปรากฏของคำทั้งสองในอายะฮฺนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความผูกพันของอัลลอฮฺกับบ่าวของพระองค์ รวมทั้งสิ่งถูกสร้างโดยทั่ว ๆ ไป เป็นความผูกพันที่วางอยู่บนพื้นฐานของ “ความรักและความเมตตา” มิใช่วางอยู่บนความแข็งกร้าว
ลองเราพิจารณาดูเถิดว่า บ่าวของพระองค์และสิ่งถูกสร้างทั้งหมดซึ่งต่ำต้อยและอ่อนแอนั้น ช่างมีเกียรติและสูงส่งเพียงใด จากทัศนะของอัลลอฮฺ ผู้ทรงปรีชาญาณ ผู้ทรงพลานุภาพ
ด้วยการเริ่มต้นจากแก่นแท้ดังกล่าว จะทำให้บ่าวคนหนึ่งเริ่มการงานด้วยหัวใจที่เปิดกว้าง และเต็มไปด้วยความรัก โดยไม่มีความรู้สึกที่กดดันและถูกบังคับ โดยทั่วไปแล้วการงานที่เกิดจากแรงผลักดันด้วยหัวใจและความรู้สึกเช่นนี้ จะก่อให้เกิดความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และเป็นความจำเริญจากอัลลอฮฺ นี่คือความลับและวิทยปัญญาที่((بِسْمِ اللهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيْمِ ))“ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตาที่แผ่กว้าง ผู้ทรงเมตตาที่พิเศษ” เป็นอายะฮฺที่ถูกกำหนดให้อ่านซ้ำ ๆ ในทุกร็อกอัตของการละหมาด และเป็นอายะฮฺเปิดหรือเริ่มต้นของทุก ๆ การงานที่ดีของประชาชาติอิสลาม ...................................... สรุปเนื้อหาส่วนใหญ่จากหนังสือ 1.คำอธิบายซูเราะฮฺ ฟาติหะฮฺ โดย ดร.อิสมาอีล ลุตฟี จะปะกียา 2.ตัฟซีร ฟี ศิลาลิล กุรอาน โดย อุสตาซ ซัยยิด กุฏบฺ
|